แชร์

ความดันโลหิตสูงควบคุมยาก อาจต้องตรวจภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.ค. 2026
39 ผู้เข้าชม

ความดันโลหิตสูงควบคุมยาก อาจต้องตรวจภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนมองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นเพียงเสียงรบกวนคนรอบข้าง แต่การกรนเสียงดังเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหายใจสะดุดหรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea: OSA

ภาวะนี้ไม่เพียงทำให้คุณภาพการนอนลดลง แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคหัวใจและหลอดเลือดชนิดอื่น ๆ อีกทั้งอาจทำให้การควบคุมโรคเหล่านี้ทำได้ยากขึ้น

รับประทานยาลดความดันแล้ว แต่ความดันยังสูง
ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงบางรายรับประทานยาลดความดันหลายชนิดแล้ว แต่ยังไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายได้ ภาวะดังกล่าวอาจเรียกว่า ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยากหรือดื้อต่อการรักษา

ในกรณีเช่นนี้ แพทย์อาจพิจารณาประเมินปัจจัยอื่นที่รบกวนการควบคุมความดัน รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการกรนเสียงดัง หายใจสะดุด ตื่นกลางดึก หรือมีความดันโลหิตสูงในช่วงกลางคืนและช่วงเช้า

หากตรวจพบ OSA และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจช่วยสนับสนุนการควบคุมความดันโลหิต โดยเฉพาะความดันโลหิตช่วงกลางคืน รวมถึงช่วยลดภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

การกรนแบบใดที่ไม่ควรมองข้าม
การกรนเล็กน้อยหรือเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวอาจไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรง แต่หากกรนเสียงดังเป็นประจำและมีการหยุดหายใจร่วมด้วย ควรให้ความสำคัญ

ช่วงที่หยุดหายใจอาจนานตั้งแต่ประมาณ 10 วินาทีไปจนถึงหลายสิบวินาที และอาจเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งตลอดคืน เมื่อทางเดินหายใจอุดกั้น ร่างกายจะได้รับออกซิเจนลดลงและพยายามปลุกตัวเองให้ตื่นเพื่อกลับมาหายใจอีกครั้ง แม้เจ้าตัวอาจไม่รู้สึกตัวก็ตาม

อาการที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่

  • กรนเสียงดังเป็นประจำ
  • มีผู้สังเกตเห็นว่าหยุดหายใจขณะหลับ
  • สะดุ้งตื่น หายใจเฮือก หรือรู้สึกเหมือนสำลัก
  • ตื่นมาแล้วปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือปากแห้ง
  • รู้สึกอ่อนเพลียแม้นอนครบหลายชั่วโมง
  • ง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน
  • สมาธิลดลง ความจำไม่ดี หรือหงุดหงิดง่าย
  • เผลอหลับระหว่างทำงาน พูดคุย รับประทานอาหาร หรือขับรถ

อาการง่วงมากในเวลากลางวันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ โดยเฉพาะขณะขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร

เหตุใดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจึงกระทบต่อหัวใจ


เมื่อเกิดการหยุดหายใจระหว่างหลับ ระดับออกซิเจนในเลือดจะลดลงเป็นช่วง ๆ ขณะที่ระดับคาร์บอนไดออกไซด์อาจสูงขึ้น ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดตัว และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

หากเกิดซ้ำหลายครั้งทุกคืน อาจนำไปสู่ผลกระทบต่าง ๆ เช่น

  • ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจผันผวน
  • โครงสร้างการนอนผิดปกติและนอนหลับไม่ต่อเนื่อง
  • ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานมากเกินไป
  • การอักเสบในร่างกายเพิ่มขึ้น
  • เยื่อบุหลอดเลือดทำงานผิดปกติ
  • ระบบเผาผลาญและฮอร์โมนเกิดความผิดปกติ
  • เพิ่มภาระต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด


บทความต้นฉบับระบุว่า OSA พบได้บ่อยในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และความดันหลอดเลือดปอดสูง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสัดส่วนอาจแตกต่างกันตามประชากรและวิธีการศึกษา

ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจการนอนหลับ

นอกจากผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยากแล้ว ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้อาจควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจการนอนหลับ

  • เจ็บหน้าอกหรือมีอาการของโรคหัวใจในช่วงกลางคืน
  • มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหลังหลับ
  • มีภาวะหัวใจล้มเหลวที่ควบคุมได้ยาก
  • เป็นโรคเบาหวานและมีระดับน้ำตาลผันผวนมาก
  • มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง
  • มีคอสั้น รอบคอใหญ่ หรือคางเล็ก
  • มีลิ้นโต ต่อมทอนซิลโต หรือโครงสร้างทางเดินหายใจแคบ
  • มีผนังกั้นจมูกคด ติ่งเนื้อในจมูก หรือคัดจมูกเรื้อรัง
  • สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ใช้ยานอนหลับหรือยากดประสาท
  • เป็นผู้สูงอายุหรือสตรีหลังหมดประจำเดือน


การตรวจการนอนหลับสามารถประเมินจำนวนครั้งของการหยุดหายใจ ระดับออกซิเจน คุณภาพการนอน อัตราการเต้นของหัวใจ และข้อมูลด้านการหายใจอื่น ๆ เพื่อช่วยวินิจฉัยและประเมินความรุนแรงของโรค

แนวทางดูแลและรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ


การรักษาควรพิจารณาตามสาเหตุ ระดับความรุนแรง โครงสร้างทางเดินหายใจ โรคประจำตัว และความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย แนวทางอาจประกอบด้วย

  • ลดน้ำหนักและควบคุมรอบเอว
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงยานอนหลับที่ไม่ได้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
  • ปรับท่านอน โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงการนอนหงาย
  • ฝึกกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
  • ใช้อุปกรณ์ในช่องปากสำหรับผู้ป่วยบางราย
  • รักษาความผิดปกติบริเวณจมูก คอ หรือต่อมทอนซิล
  • ผ่าตัดแก้ไขทางเดินหายใจในกรณีที่มีข้อบ่งชี้
  • ใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก เช่น CPAP หรือ Auto CPAP

เครื่อง CPAP ช่วยส่งแรงดันอากาศผ่านหน้ากากเพื่อพยุงทางเดินหายใจไม่ให้ยุบตัวขณะนอนหลับ ซึ่งอาจช่วยลดการกรน ลดจำนวนครั้งของการหยุดหายใจ และเพิ่มคุณภาพการนอน แต่ควรเลือกใช้และตั้งค่าภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ

อย่ามองข้ามเสียงกรน
หากคุณหรือคนใกล้ชิดกรนเสียงดัง หยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ง่วงมากในเวลากลางวัน หรือมีความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การตรวจพบและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น ลดความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน และสนับสนุนการควบคุมความดันโลหิตและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หมายเหตุ: บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลต้นฉบับที่ผู้ใช้ให้มา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ และควรตรวจสอบตัวเลขทางสถิติกับแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ก่อนนำไปเผยแพร่เชิงพาณิชย์ครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เครื่อง CPAP และ APAP คืออะไร?
วิธีเลือกเครื่องรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
17 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy