Stage 1 ระยะเริ่มต้น (ผิวหนังยังไม่เปิด)
อาการ: ผิวหนังมีรอยแดงถาวร กดแล้วไม่ซีด
การดูแล: พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง รักษาความสะอาด และใช้ ที่นอนโฟมความหนาแน่นสูง หรือ ที่นอนลมแบบรังผึ้ง (Bubble Type) เพื่อกระจายแรงกด
Stage 2 แผลตื้นหรือถลอก
อาการ: ผิวหนังเปิดบางส่วน อาจมีตุ่มน้ำหรือแผลตื้น
การดูแล: ทำความสะอาดแผล ปิดแผลด้วยฟิล์มหรือแผ่นโฟม ใช้ ที่นอนลมแบบลอน (Tube Type) เพื่อช่วยลดแรงกดและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
Stage 3 แผลลึกถึงชั้นไขมัน
อาการ: เห็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง มีคราบเนื้อตายบางส่วน
การดูแล: ทำแผลโดยผู้เชี่ยวชาญ และใช้ ที่นอนลมแบบลอนคุณภาพสูง หรือ ที่นอนลมปรับแรงดันอัตโนมัติ (Dynamic Air Mattress) เพื่อช่วยลดแรงกดซ้ำ
Stage 4 แผลลึกถึงกล้ามเนื้อหรือกระดูก
อาการ: แผลลึก เห็นกล้ามเนื้อหรือกระดูก
การดูแล: ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ใช้ ที่นอนลมระบบอัตโนมัติ ที่สามารถปรับแรงดันได้ละเอียด เพื่อป้องกันแรงกดในจุดเสี่ยง
️ ประเภทของที่นอนป้องกันแผลกดทับ
ที่นอนโฟม (Foam Mattress)
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เริ่มมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ หรืออยู่ในระยะเริ่มต้น
ข้อดี: ราคาประหยัด ดูแลง่าย ไม่มีเสียงรบกวน
เหมาะกับ: ผู้ป่วยที่ยังสามารถขยับตัวได้บ้าง
ที่นอนลมแบบรังผึ้ง (Bubble Type Air Mattress)
เหมาะสำหรับผู้ป่วยแผลกดทับ Stage 1,2
ระบบลมสลับพอง-ยุบเพื่อลดแรงกด
น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ราคาย่อมเยา
ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม
ที่นอนลมแบบลอน (Tube Type Air Mattress)
เหมาะกับผู้ป่วย Stage 2,3 หรือผู้ที่ต้องนอนติดเตียงเป็นระยะเวลานาน
ระบบแรงดันสลับช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
รองรับน้ำหนักได้ดี และทนทานกว่าแบบรังผึ้ง
ที่นอนลมปรับแรงดันอัตโนมัติ (Dynamic Air Mattress)
เหมาะสำหรับผู้ป่วย Stage 3,4
มีระบบควบคุมแรงดันอากาศอัตโนมัติ
รองรับน้ำหนักได้มาก และลดแรงกดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องนอนติดเตียงระยะยาว
แนะนำการเลือกที่นอนลมตามระยะของแผลกดทับ
ระยะของแผลกดทับ
ลักษณะอาการ
ที่นอนแนะนำ
Stage 1 ผิวหนังแดง ยังไม่เปิด ที่นอนโฟม / ที่นอนลมรังผึ้ง
Stage 2 แผลตื้น ผิวหนังเปิดบางส่วน ที่นอนลมรังผึ้ง / ที่นอนลมแบบลอน
Stage 3แผลลึกถึงไขมัน ที่นอนลมแบบลอน / ที่นอนลมแบบลมปรับแรงดันอัตโนมัติ
Stage 4แผลลึกถึงกล้ามเนื้อหรือกระดูก ที่นอนลมแบบลมปรับแรงดันอัตโนมัติ
เคล็ดลับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงเพื่อลดการเกิดแผลกดทับ
พลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง
รักษาความสะอาดและความชื้นของผิวหนังให้เหมาะสม
ใช้ อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง เช่น หมอนรองส้นเท้า หรือเบาะเจล เพื่อลดแรงกดเฉพาะจุด
ตรวจเช็คผิวหนังของผู้ป่วยเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกนูน
🩹 สรุป
การเลือก ที่นอนลม หรือ ที่นอนป้องกันแผลกดทับ ที่เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วย จะช่วยลดโอกาสเกิดแผลกดทับและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
หากคุณกำลังมองหา
ที่นอนลมคุณภาพสูง,
ที่นอนโฟมสำหรับผู้ป่วยติดเตียง,
หรือ อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงครบชุด,
เราพร้อมให้คำแนะนำและบริการหลังการขายโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วย